| |
|

|
|
|
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
|
|
เขาสามร้อยยอด
|
|

ภาพแสดงเขาสามร้อยยอด
|
เป็นอุทยานทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย
และเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 4 ของประเทศ สภาพภูมิประเทศเป็น
ภูเขาหินปูนสูงชัน
ผสมกับที่ราบริมฝั่งทะเล
ชายหาดเป็นหาดเลน
และหาดทราย ห้วงน้ำทะเลตื้น มีหมู่เกาะหินปูนใกล้ชายฝั่งได้แก่ เกาะสัตกูด เกาะโครำ เกาะระวิง เกาะระวาง และเกาะขี้นก
ทางด้านตะวันตกของอุทยานแห่งชาติมีพื้นที่ราบน้ำขังตลอดปี คือทุ่งสามร้อยยอด
ซึ่งเป็นหนองน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่จึง
เป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ของนก มีปลาน้ำจืด และสัตว์น้ำนานาชนิด |
เนื่องจากสภาพทางธรณีเขาสามร้อยยอดเป็นหินปูน จึงเป็นหน้าผาสูงชัน และหุบเหวลึก มีเขาที่สำคัญได้แก่ เขาใหญ่ เขาถ้ำประทุน
เขาแดง เขาหุบจันทร์ และเขาขั้นบันไดฯลฯ และยังมีถ้ำอีกมากมายเข่น ถ้ำแก้ว ถ้ำไทร และถ้ำพระยานคร
|
|
ตำนาน/นิทานพื้นบ้าน
|
|
|
ชื่อเขาสามร้อยยอดมีความเป็นมาหลายกระแส
บ้างว่าเป็นเพราะมีต้นสามร้อยยอดขึ้นอยู่หรือมียอดเขามากมายถึง
300 ยอด
แต่มีตำนานเล่าสืบกันมาว่าในสมัยที่เทือกเขายังเป็นเกาะอยู่
ได้มีเรือสำเภาจีนแล่นผ่านมา
ประสบลมพายุรุนแรงจนเรือใกล้อับปาง
จึงแวะหลบภัยเข้ามา
แต่เนื่องจากไม่ชำนาญพื้นที่
จึงได้ชนกับหินโสโครกแล้วเรือก็อับปางลง
มีผู้คนจมน้ำตายจำนวนมาก
ที่เหลือรอดตายขึ้นมาอาศัยอยู่บนเกาะประมาณ
300 คน
จึงได้ชื่อว่า
"เกาะสามร้อยรอด"
ต่อมาระดับน้ำทะเลได้ลดลง
เกาะกลายเป็นภูเา
ส่วนชื่อได้เพี้ยนเป็น
เขา "สามร้อยยอด"แทน
นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าเป็นนิทานพื้นบ้านเรื่องตาม่องล่ายที่เล่าขานว่า
เหตุเกิดที่อ่าวน้อยจังหวัด
ประจวบคีรีขันธ์
ตาม่องล่าย
และยายรำพึงมีลูกสาวสวยชื่อยมโดย
มีเจ้าลายจากเพชรบุรี
และเจ้ากรุงจีนมาชอบพอและสู่ขอ
เจ้าลายสู่ขอจากยายรำพึง
ส่วนเจ้ากรุงจีนขอจากตาม่องล่าย
แต่ยายกับตามิได้ปรึกษากันในวันแต่งงานเจ้าลายและเจ้ากรุงจีน
ยกขันหมากมาทางเรือพร้อมกัน
ต่างอ้างสิทธิที่จะแต่งงานกับยมโดย
ตากับยายจึงทะเลาะกัน
ตาม่องล่ายพาลโกรธยมโดย
จึงได้จับฉีกเป็นสองซีก
ซีกหนึ่งขว้างไปทางทิศตะวันออก
กลายเป็นเกาะนมสาวที่จังหวัดชลบุรี
อีกซีกหนึ่งข้างไปทางทิศเหนือกลายเป็นเกาะนมสาว
ที่บ้านบางปู
ตำบลสามร้อยยอด
ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดเกาะนมสาวมีหาดเล็กๆยาวประมาณ
50 เมตร
เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าสาวแม่นมสาว
ซึ่งชาวบ้านโดยเฉพาะที่มีอาชีพประมงจะนับถือเป็นพิเศษ
|
| จากบ้านโกลเด้น ท่านสามารถนั่งเรือใช้เวลาประมาณไม่ถึง 10 นาทีท่านจะได้พบกับ |
| เกาะนมสาว |
|

เกาะนมสาว
|
|
ไม่ไกลจากบ้านโกลเด้นมากนัก ท่านสามารถมองเห็นได้จากหาดหน้าบ้านโกลเด้น ใช้เวลาเดินทางโดยเรือประมาณ 6-7 นาที
เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าแม่นมสาว ที่เป็นที่สักการะของชาวเรือ และชาวบ้านในละแวกนั้น ผู้ใดต้องการบนอะไรมักจะได้ สิ่งของที่ชาวบ้านใช้ในการแก้บนคือ
ยกทรงชั้นในของสุภาพสตรี |
ชาวบ้านเล่าว่า เมื่อครั้งพายุเกย์ที่พัดผ่านเมืองไทยเมื่อหลายปีมาแล้ว บ้านในละแวก
นั้นต้องพังไปหลายหลัง แต่ที่น่าแปลกใจ ศาลเจ้าแม่นมสาว ซึ่งสร้างด้วยไม้ในช่วงนั้นไม่พังลงเหมือนบ้านอื่นๆ
ที่เกาะยังมีลิงที่ชื่อว่า"เจ้าแหว่ง" เป็นลิงตัวเดียวที่ถูกเนรเทศมาจาก "เกาะโกรำ" ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ใกล้กับเกาะนมสาว ชาวบ้านถือว่าเป็นลิงของเจ้าแม่นมสาว
ถ้าท่านมีโอกาสนมัสการเจ้าแม่นมสาว อย่าลืมนำขนมมาฝาก "เจ้าแหว่ง" ด้วยแล้วกัน
|
| เกาะโกรำ(Monkey Island) |
|

เกาะโกรำ
|
|
เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่กว่าเกาะนมสาว ท่านสามารถมองเห็นได้ฃัดเจนจากหาดหน้าบ้านโกลเด้น บนเกาะเต็มไปด้วยลิงจำนวนมาก ท่านสามารถทำกิจกรรมได้หลายอย่างที่บริเวณเกาะโกรำ มีแนวประการังน้ำตื้น รอบบริเวณด้านหน้าของเกาะที่ท่านสามารถที่จะ ดำน้ำ(Snorkel)
ดูประการังได้ ด้านหลังเกาะ น้ำจะลึกกว่าด้านหน้า ท่านจะมองเห็น "ถ้ำหมากรุก" ที่อยู่ด้านหลังเกาะนี้ |
หน้าถ้ำเป็นบริเวณที่มีปลาชุกชุมเหมาะสำหรับ
การตกปลาเป็นอย่างยิ่ง สำหรับท่านที่ชอบตกปลา
บริเวณรอบๆเกาะ จะเต็มไปด้วยฝูงลิง ท่านสามารถเห็นลิงกินหอยได้ที่เกาะนี้แห่งเดียวในเมืองไทย
ฃ่วงน้ำลงที่ปลายของเกาะ สามารถนำเรือแวะชมถ้ำลอดใต้เกาะได้อีกด้วย
|
| เกาะระวิงและเกาะระหว่าง |
|
เป็นเกาะขนาดเล็กที่อยู่ด้านหลังเกาะโกรำ ที่ด้านหนึ่งของเกาะเป็นหน้าผาหินชัน 90 องศา ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทย
และชาวต่างประเทศที่นิยมกีฬา "ปีนหน้าผา" ที่เกาะนี้เพราะถ้าตกลงมาด้านล่างก็คือผิวน้ำนั่นเอง
|
| ถ้ำพระยานคร |
|

ถ้ำพระยานคร
|
|
ตั้งอยู่ในเขตอำเภอปราณบุรี
การเดินทาง
ไปถ้ำพระยานคร
ทางที่สะดวกที่สุด
คือ
เช่าเรือ
ที่หมู่บ้านบางปู
ใช้เวลาเดินทาง
ประมาณ 30
นาที
ถ้ำนี้เป็นถ้ำขนาดใหญ่
ที่มีความงามมาก
หลังคาถ้ำ
มีปล่องสองสามปล่อง
ทำให้แสดงอาทิตย์
ส่องลอดเข้าไปได้ |
สิ่งสะดุดตา
มากที่สุด
ในถ้ำนี้
คือพระที่นั่ง
คูหาคฤหาสน์
ซึ่งเป็นพลับพลา
จตุรมุข
สร้างในสมัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เมื่อปี
พ.ศ. 2433
ด้วยความงาม
และเอกลักษณ์
ของพระที่นั่ง
คูหาคฤหาสน์
นี่เอง
จึงได้นำมาเป็นสัญลักษณ์
ตราประจำจังหวัด
ประจวบคีรีขันธ์
ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้
|
|
|
|
|
|
<กลับสู่ด้านบน>
Contact Us
at : info@thailandvacationhome.com
|